ชื่อล็อคอิน
รหัสผ่าน
ข่าวประจำวัน
ดูดวงออนไลน์
เกมส์
ท่องเที่ยว
รถยนต์
 
เนื้อเพลง
หาเพื่อน
สุขภาพ
ประกาศซื้อขาย
หางาน
ค้นหา


ครั้งที่แล้วนวพลได้เล่าเรื่องราวของความทรงจำและรูปถ่ายผ่าน 36 ซ็อต ใน “36” ครั้งนี้เขาก็ได้สร้างสรรค์เรื่องราวครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าจากข้อความ 410 ข้อความในทวิตเตอร์ของเด็กสาวสาวคนหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถเรียงร้อยออกมันได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่ามันอาจทำได้ไม่ถึงที่สุดก็ตามที

MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY เล่าถึง แมรี่ นักเรียนหญิงชั้นม.6 ที่อีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษา เธอเริ่มสังเกตว่าช่วงนี้ชีวิตของเธอแปลกๆ เหมือนมีอะไรคอยมาควบคุมเธอ ทำอะไรที่ไม่มีเหตุผลบ่อยๆ แถมหลายๆ เรื่องในชีวิตก็ไม่เป็นดั่งใจพร้อมทั้งมีปัญหามากมายที่เข้ามาในชีวิตโดยมีฉากหลังเป็นสถานที่แปลกประหลาดและรกร้างที่คล้ายกับประเทศเกาหลีเหนือ

แรกเริ่มแมรี่ก็สนุกดีอยู่ เพราะการตั้งใจสร้างเรื่องราวจากขัอความในทวิตเตอร์โดยไม่ข้ามอะไรเลยทำให้เกิดเรื่องราวไร้เหตุผล (absurd) มากมาย และเราก็ขำและสนุกไปกับความไร้เหตุผลที่เราคาดเดาไม่ได้นั้น แต่ความสนุกนั้นก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดเพราะเมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่งความสะเปะสะปะของทวิตเตอร์นั้นก็เริ่มทำให้คนดูและเป้าหมายในเรื่องหลงทาง และความไร้เหตุผลที่เกิดขึ้นนั้นก็เริ่มจำเจและไม่น่าสนใจอีกต่อไป รวมถึงจุดพลิกผันที่เกิดขึ้นช่วงกลางเรื่องก็ทำให้หนังเสียศูนย์อย่างน่าประหลาดหรือถ้าจะให้พูดถูกยิ่งกว่าก็คือความน่าสนใจของมันเป็นกราฟที่ลาดชันลงเรื่อยๆ

แมรี่โดนใครไม่รู้บงการชีวิต แมรี่อยากทำหนังสือรุ่น แมรี่ชอบผู้ชาย แมรี่เพื่อนตาย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในโลกของแมรี่ แรกๆ แมรี่นั้นสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ เธอก็คิดแปลกๆ หรือทำพฤติกรรมอะไรประหลาดๆ ทั้งหมดนี้ก็เพราะหนังพยายามเชื่อมกับข้อความต้นฉบับของทวิตเตอร์ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่หนังสื่อออกมาก็นั้นไม่ได้เป็นในทิศทางนั้นเสียหมด (มันน่าตลกดีเหมือนกันที่หนังพยายามหาเหตุผลให้กับทวิตเตอร์เชื่อมกับเรื่อง) ในหลายๆ ฉากข้อความที่เด้งขึ้นมาไม่ได้เพื่อบังคับแมรี่ (หรือทวิตแล้วเกิดเหตุกาณณ์) แต่บางครั้งข้อความเหล่านั้นมันเด้งขึ้นมาเพื่อบรรยายความรู้สึกและความคิดของแมรี่ที่คิดในช่วงนั้น (เหตุการณ์เกิดก่อนทวิต) เพราะฉะนั้นเราจึงรู้สึกประหลาดเพราะเหตุผลที่หนัง (แมรี่) บอกกับสิ่งที่เราเห็นมันไม่ได้ไปในทางเดียวกัน

อีกทั้งในเวลาสองชั่วโมงนี้ ผู้ชมเองก็ต้องรับศึกที่หนักพอตัว ไม่เพียงแค่เส้นทางของเรื่องราวที่ไม่คาดเดาได้เท่านั้ แต่ผู้ชมต้องอ่านข้อความทวิตเตอร์บนหน้าจอไปด้วย ดูหนังไปด้วย ไม่เช่นนัันแล้วอาจจะไม่เขัาใจเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ เพราะบ่อยครั้งที่ัหนังใชัข้อความในทวิตเตอร์นั้นอธิบาย เสริมเนืัอเรื่อง รวมถึงเป็นเนื้อเรื่องหลัก แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าไม่ใช่ทุกทวิตที่สามารถอ่าน้วจะเข้าใจได้ทันที เพราะแมรี่ก็เป็นคนธรรมดา ข้อความจำนวนไม่น้อยของเธอจึงมีความหมายกำกวม สะเปะสะปะ มีหลายความหมายที่แล้วแต่คนจะตีความ ไม่ชัดเจนว่าต้องการจะสื่อความหมายอะไรกันแน่ จนบางครั้งก็ต้องอ่านซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษที่ถอดใจความของประโยคมาแล้ว และบ่อยครั้งที่มันขึ้นอย่างรวดเร็วจนเราไม่สามารถที่จะประมลผลได้ทัน และเมื่อถึงตอนนั้นผู้ชมเองก็จะหลุดจากหนังไปได้อย่างง่ายดาย

เรื่องราวของแมรี่นั้นเหมือนความฝัน จับต้องไม่ได้ สะเปะสะปะ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นหมด โครงเรื่องของมันถูกวางเอาไว้หลวมๆ ตั้งแต่ช่วงต้น กลาง จบเพื่อให้หนังยึดเกาะอยู่รวมกัน การสร้างฉากหลังในเชิงสัญลักษณ์เพื่อควบคุมเรื่องให้อยู่ประเด็นเดียวกัน อธิบายสั้น อย่างเช่น จุดเริ่มต้นคือแมรี่ใกล้เรียนจบแต่ไม่รู้เอาไงกับชีวิตและอยากทำหนังสือรุ่น ต่อมาเธอปิ๊งหนุ่มและโรงเรียนเปลี่ยนเป็นระบอบเผด็จการ จุดพลิกผันคือแมรี่ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้แล้ว อกหัก เพื่อนตาย จนสุดท้ายแมรี่เรียนจบ หลุดออกจากการควบคุม (โรงเรียน) แม้มันจะไม่มีคำบอกที่แน่ชัด แต่โลกของแมรี่ ชีวิตที่โดนใครไม่รู้บังคับ ความไร้เหตุผลที่เกิดขึ้นในชีวิตเธอก็เหมือนกับเรื่องราวของโรงเรียนที่อยู่ดีๆ ที่เผด็จการทุกสิ่งทุกอย่าง ห้ามความคิด ห้ามความรู้สึก เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อแมรี่ออกจากโรงเรียน เธอหลุดจากการควบคุม ไม่มีใครที่จะคอยคุมชีวิตเธอแล้ว ต่อจากนี้คือหนทางที่เธอต้องเลือกเอง เป็นชีวิตบทใหม่ หนังจึงเลือกที่จะจบตัวเองอยู่ที่ตรงจุดนั้น

มันน่าสนใจที่ว่าทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ควรเป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึก แต่พอมาในเรื่องนี้มันกลับกลายสภาพเป็นคุกที่ชี้นิ้วสั่งชีวิตเราและงการให้เราเดินไปตามทางที่กำหนด ส่วนที่ดีของหนังนอกจากมุกตลกในช่วงแรกก็เป็นช่วงบรรยากาศของเรื่องที่ไม่ได้อิงตามทวิต ความสัมพันธ์หว่างแมรี่กับซูรีก็ทำให้หนังเรื่องนี้น่าหลงไหลยิ่งขึ้น เรื่องราวความสัมพันธ์แบบมึนๆ สไตล์นวพลก็ยังคงมีอยู่ แต่เมื่อช่วงหลังของเรื่องซูรีไม่อยู่แล้ว แมรี่อกหักแล้ว มันก็เหมือนคนี่หลงทางทำอะไรไม่ถูก ความทรงจำที่มีก็เลือนหาย คำถามของความสัมพันธ์และอื่นๆ ที่เข้ามา เพียงแต่ว่าหนังใช้เวลากับสภาพหลุดของจิตใจแมรี่มากจนทำให้เรารู้สึกว่าช่วงหลังเหมือนกับมันหมดมุกและไม่มีอะไรที่ดึงดูดให้เราสนใจเท่าไหร่ แม้การพยายามดึงเรื่องรักของแมรี่กลับเข้ามาก็ไม่ได้มีพลังความน่าสนใจหากเทียบกับเรื่องของซูรี

จนจบเรื่องแล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่าแมรี่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า ชีวิตทั้งหมดนั้นเป็นภาพที่มีคนบางคนสร้างขึ้นมาหรือว่าแท้ที่จริงแล้วมีคนกำหนดมันโดยที่เราไม่รู้ตัว ลำดับเหตุการณ์ ถ้อยคำต่างๆ ที่ถูกใครไม่รู้สร้างสรรค์ก่อให้เกิดเป็นชีวิตของเราเช่นนั้น เรามีสิทธิ์เลือกได้ไหม? เราสามารถเปลี่ยนได้ไหม? จนสุดท้ายคำถามก็จบอยู่ที่ว่า

เราจะมีความสุขกับมันได้ไหม?

สนับสนุน FilmZick.com ง่ายๆ ด้วยการบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณผ่านทาง Social Network ที่คุณชื่นชอบ


ขอขอบคุณ เนื้อหาจาก Filmzick.com
ยังไม่ได้
เป็นสมาชิก
สมัครที่นี้
ชื่อ: Amezon_8
No. 515 / เวลาโพส : วันที่ 13 พฤษภาคม , 2014 : 07:02:06
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆถ้าจะให้สนุกมันก็ต้องเกี่ยวกับแวมไพร์ที่ดุร้าย
ยังไม่ได้
เป็นสมาชิก
สมัครที่นี้
ชื่อ: ?๙ ๕.
No. 449 / เวลาโพส : วันที่ 3 มกราคม , 2014 : 09:55:16
ขอให้มีความสุขตลอดปี 2557
ยังไม่ได้
เป็นสมาชิก
สมัครที่นี้
ชื่อ: MY= 86'
No. 438 / เวลาโพส : วันที่ 23 ธันวาคม , 2013 : 10:30:14
REVIEW ? LIKE FATHER, LIKE SON สิ่งที่มากกว่าสายเลือดและความผูกพัน
ยังไม่ได้
เป็นสมาชิก
สมัครที่นี้
ชื่อ: ทัช คุง
No. 437 / เวลาโพส : วันที่ 23 ธันวาคม , 2013 : 10:29:06
REVIEW ? LIKE FATHER, LIKE SON สิ่งที่มากกว่าสายเลือดและความผูกพัน
แสดงความคิดเห็น
ชื่อผู้โพส
รายละเอียด
อีโมติคอน

 ?ใส่รหัสลับ ใส่ให้ตรงกันครับ